วิทยาลัยครูพระนครเข้าเป็นหน่วยประเคราะห์ของศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย กรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการเมื่อ พ.ศ. 2521 ต่อมาเมื่อรัฐบาลได้ตั้งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นหน่วยประเคราะห์ดังกล่าว จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นศูนย์วัฒนธรรมวิทยาลัยครูพระนครสำหรับกรมการฝึกหัดครูนั้นถือว่าวิทยาลัยครูมีภารกิจหลักสำคัญประการหนึ่งคือส่งเสริมทำนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมโดยเรียกว่า "ศูนย์วัฒนธรรมวิทยาลัยครูพระนคร" มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยรับนโยบายจากกรมการฝึกหัดครูและสำนักคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ 

       ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเริ่มก่อตั้งขึ้นตามพระราชาบัญญัติวิทยาลัยครู จนกระทั่งวิทยาลัยครูได้เปลี่ยน เป็น สถาบันราชภัฏในปีพุทธศักราช 2538 ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมก็ยังคงเป็นหน่วยงานตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏตลอดมาและเมื่อปีพุทธศักราช 2542ได้มีประกาศตามราชกิจจานุเบกษาให้สำนักศิลปวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องมีภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยราชภัฏด้านการทำนุบำรุงศิลวัฒนธรรม ซึ่งมีบทบาทและภารกิจที่สำคัญตามแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 8-9 ของสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏที่ว่าด้วยส่งเสริมการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมทั้งในด้านที่เกี่ยวกับคน ภูมิปัญญาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
วิถีชีวิตไทย และส่งเสริมให้มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับวิธีคิด วิธีรู้สึก วิธีการแสดงออกระบบความหมายและคุณค่าอันจะนำสู่การเลือกสรรและการตัดสินใจรวมทั้งการสร้างสรรค์วัฒนธรรมใหม่เพื่อการดำรงชีวิตที่เหมาะสมในภาวะวิกฤตของสังคมไทยในปัจจุบันทั้งนี้โดยบูรณาการกระบวนการทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม ให้สอดประสานไปกับกิจกรรมการเรียนการสอนและกระบวนการพัฒนการศึกษา สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร จึงเป็นหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสร้างคุณภาพของบุคคลากรให้มีความเข้าใจในบทบาทของวัฒนธรรมแห่งตน ชุมชน และท้องถื่นเพื่อนำมาปรับปรุงให้เข้ากับสภาพวิถีชีวิตแบบไทยในสังคมปัจจุบัน เพื่อสร้างคุณภาพทางจิตใจให้รู้จักคุณธรรมจริยธรรมและเกิดความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทยจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลานและนำมาสืบสานเพื่อพัฒนาต่อไป

พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518
ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 มีการแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูตามกฎหมายอย่างชัดเจน โดยในมาตรา 7 กำหนดให้วิทยาลัยครูแต่ละแห่งมีส่วนราชการได้แก่

  1. สำนักงานอธิการบดี
  2. คณะวิชา

       ในส่วนของสำนักงานอธิการบดี อาจแบ่งออกเป็นแผนกและคณะวิชาอาจมีภาควิชาได้ดังนั้นเมื่อมาตรา 8 ในพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ระบุว่าการแบ่งส่วนราชการของวิทยาลัยครูตามมาตรา 7 นั้นให้ทำเป็นประกาศกระทรงศึกษาธิการ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศมีการแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูพระนครครั้้งแรกตามประกาศลงวันที่ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2519

การแบ่งส่วนราชการตามพระราชบัญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2)
         ประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับดังกล่าวใช้บังคับจนกระทั่งถึงวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2530 และตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2530 ได้มีประกาศการแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูพระนครฉบับใหม่ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527 การแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูแต่ละแห่งโดยการแก้ไขมาตรา 7 เดิม และให้ใช้มาตรา 7 ใหม่ ซึ่งวิทยาลัยครูแต่ละแห่งจะมีส่วนราชการ ได้แก่

  1. สำนักงานอธิการบดี
  2. คณะวิชา
  3. หน่วยงานที่เรียกชื่อย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการ

         การแบ่งส่วนราชการตามมาตรา 7 นั้น ในมาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าวให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาจากบทบัญญัติของกฏหมายทั้ง 2 มาตรา กระทรวงศึกษาธิการจึงยกเลิกประกาศการแบ่งส่วนราชการเดิมและให้ใช้ประกาศฉบับใหม่ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2530 ในราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษเล่ม 104 ตอนที่ 73 วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2530 ให้แบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครูพระนคร ดังนี้

  1. สำนักงานอธิการบดี
  2. คณะครุศาสตร์
  3. คณะวิชาอุตสาหกรรมศึกษา
  4. คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  5. คณะวิชาวิทยาการจัดการ
  6. คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  7. ศูนย์วิจัยและบริการการศึกษา
  8. ศูนย์ศิลปวัฒนธณรม
  9. สำนักกิจการนักศึกษา
  10. สำนักวางแผนและพัฒนา
  11. สำนักส่งเสริมวิชาการ

เมื่อมีการประกาศให้พระราชบัญญติสถาบันราภัฏ พ.ศ. 2538 ดังปรากฎในราชกิจจานุเบกษาฉบับบกฤษฎีกาเล่ม 112 ตอนที่ 4 ก วันที่ 24 มกราคม 2538 ระบุว่าสถาบันอาจแบ่งส่วนราชการดังนี้

  1. สำนักงานอธฺการบดี
  2. บัณฑิตวิทยาลัย
  3. คณะ
  4. สำนักวิจัย
  5. หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ 

        จากข้อความดังกล่าว ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม จึงเปลี่ยนฐานะจากหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อการส่งเสริมวิชาการเป็นหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ แต่การแบ่งส่วนราชการยังคงเป็นไปตามประกาศการแบ่งส่วนราชการวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2530 ซึ่งคงใช้บังคับจนถึงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2542

การแบ่งส่วนราชการตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538
          เมื่อมีพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการแบ่งส่วนราชการในสถาบันราชภัฏพระนคร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2542 ประกาศ ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2542 ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 116 ตอนพิเศษ 79 ง วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ให้แบ่งส่วนราชการของสถาบันราชภัฏพระนคร เป็นหน่วยงานหลัก 11 หน่วยดังนี้

  1. สำนักงานอธิการบดี
  2. คณะครุศาสตร์
  3. คณะวิชาอุตสาหกรรมศึกษา
  4. คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  5. คณะวิชาวิทยาการจัดการ
  6. คณะวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  7. สำนักวิจัยและบริการวิชาการ
  8. สำนักกิจการนักศึกษา
  9. สำนักวางแผนและพัฒนา
  10. สำนักศิลปวัฒนธรรม
  11. สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน

        การแบ่งส่วนราชการในหน่วยงานหลักตั้งแต่ (3)-(11) แต่ละหน่วยงานมีหน่วยงานย่อยเพียงหน่วยงานเดียว คือสำนักเลขานุการ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักศิลปวัฒนธรรมดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ สถาบันจึงได้จัดแบ่งส่วนในสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ดังนี้

  1. กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป ประกอบด้วย
    • งานธุรการและเลขานุการ
    • งานการเงินและพัสดุ
    • งานการเจ้าหน้าที่
  2. กลุ่มงานข้อมูลและสารสนเทศ
    • งานระบบข้อมูล
    • งานค้นคว้า วิจัย
    • งานประชาสัมพันธ์
  3. กลุ่มงานส่งเสริมและเผยแพร่
    • งานศิลปวัฒนธรรมในประเทศและต่างประเทศ
    • งานพัฒนาศิลปวัฒนธรรม
    • งานแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม
    • งานจริยธรรม
  4. กลุ่มงานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
    • งานหอวัฒนธรรม
    • งานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

ผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในสำนักศิลปะและวัฒนธรรม

          ในส่วนของผู้บังคับบัญชา ซึ่งรับผิดชอบสำนักศิลปะและวัฒนธรรมนั้น ปรากฎหลักฐานที่บันทึกไว้จาก ปี พ.ศ. 2527 นับแต่มีการแบ่งส่วนราชการในวิทยาลัยครู โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มีฐานะเป็นหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นเพื่อส่งเสริมวิชาการจนเป็นหน่วยงานหลักของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครที่ชื่อว่า "สำนักศิลปะและวัฒนธรรม" ผู้บังคับบัญชารับผิดชอบดังนี้

ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง ที่ดำรงตำแหน่ง

  1. นางอารี ตามธรรม หัวหน้าศูนย์ศิลปวัฒธรรม ธ.ค. 2527- ก.ค. 2531
  2. นางอารี ตามธรรม หัวหน้าศูนย์ศิลปวัฒธรรม ธ.ค. 2531- พ.ค. 2532
  3. นางบุญมา เบญญศรี หัวหน้าศูนย์ศิลปวัฒธรรม มิ.ย. 2532 - พ.ค. 2536
  4. นางบุญมา เบญญศรี หัวหน้าศูนย์ศิลปวัฒธรรม มิ.ย. 2536 - พ.ค. 2540
  5. นางบุญมา เบญญศรี ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒธรรม มิ.ย. 2540 - มิ.ย. 2542
  6. ผศ.เกษม ชำนาญดี ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒธรรม มิ.ย. 2542 - 2548
  7. รศ.กฤษณา ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒธรรม มิ.ย. 2548 - ม.ค. 2552
  8. นายประวิทย์ ขาวปลื้ม ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒธรรม ก.พ. 2552- ปัจจุบัน

คติพจน์

ปญฺญา นรานํ รตนํ "ปัญญาเป็นแก้วของนรชน"

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ ถ่ายทอด ศิลปวัฒธรรมและภูมิปัญญา
  2. เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทางด้านศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นแหล่งข้อมูลทางวิชาการ
  3. เพื่อยกย่อง เชิดชู บุคคลเป็นแบบอย่าง ทางด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
  4. เพื่อให้ศูนย์วัฒนธรรมพระนครเป็นแหล่งเรียนรู้ ก่อเกิดรายได้แก่นักศึกษาและชุมชมท้องถิ่น
  5. เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยทั้งภายในและต่างประเทศ

ค่านิยม
ค่านิยมในการปฏิบัติงานของสำนักศิลปและวัฒนธรรม คือ Culture โดย หมายถึง ให้บุคลากรและนักศึกษาทุกคน
ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมและร่วมมือกันพัฒนามหาวิทยาลัย ชุมชนและสังคมทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับ
นานาชาติโดยใช้วัฒนธรรมเป็นตัวนำให้เกิดประโยชน์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

C = Creativity มีความคิดสร้างสรรค์
U = Unity มีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
L = Local and Internationalize ทำงานด้วยความมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชนและสากล
T = Teamwork ทำงานเป็นทีม
U = Utilize Culture ส่งเสริมและปรับใช้วัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม
R = Responsibility มีความรับผิดชอบต่อองค์กรและสังคม
E = Excellence มุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศ

นโยบายกรประกันคุณภาพการศึกษา

  1. ดำเนินงานของสำนักศิลปะและวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  2. ส่งเสริม สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านศิลปวัฒนธรรมกับหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  3. การค้านคว้าวิจัยและนำผลงานเผยแพร่
  4. พัฒนาสำนักศิลปวัฒธรรมให้เป็นแหล่งข้อมูลการค้นคว้าวิจัยและนำผลงานเผยแพร่ทางด้านศิลปวัฒธรรม
  5. ประสานงานและส่งเสริมให้สำนักศิลปวัฒนธรรมเป็นแหล่งบริการทางศิลปวัฒนธรรมแก่สังคมและชุมชนในงานพิธีต่างๆและการแสดง
  6. จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินงานด้านประกันคุณภาพของสำนักศิลปวัฒนธรรม
  7. จัดทำคู่มือประกันคุณภาพยของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม
  8. สร้างความเข้าใจเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาให้กับบุคลากรทุกระดับ เพื่อให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการประกันคุณภาพการศึกษา
  9. จัดทำรายงานการะประเมินตนเองจากคู่มือประกันคุณภาพการศึกษา
  10. เตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบและการประเมินคุณภาพจากหน่วยงานภายนอกและภายใน

การแบ่งส่วนราชการ
สำนักศิลปะและวัฒนธณรม ประกอบด้วยส่วนราชการต่าง ๆ ดังนี้

  1. สำนักงานผู้อำนวยการ มีหน้าที่ควบคุมและดำเนินงานด้านทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒธรรม และด้านอื่นๆ ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยดำนเนการพัฒนาบุคลากรของสำนักให้มีศักยภาพสำหรับส่งเสริมเผยแพร่ทำนุบำรุงศาสรา ศิลปวัฒนธรรม และบริการวิชาการ จัดทำโครงการและแผนงานด้านการศึกษาค้นคว้ากับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ดำเนินการประสานงานการจัดศิลปวัฒนธรรมและข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศกับองค์กรเครือข่ายทางวัฒนธรรมอื่น ดำเนินการจัดกิจกรรม (Event) ให้เชื่อมต่อกันอย่างมีระบบด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จัดทำการประกันคุณภาพภายใน ดำเนิการตอบสนองและประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ จัดทำแผนพัฒนาสำนักศิลปะและวัฒนธรรม รวบรวมข้อมูลจัดทำแผนงานโครงการและงบประมาณประจำปี ดำเนินงานเก็บรวบรวมข้อมูล สรุป ประเมินผลและรายงานผลการจัดกิจกรรม ซึ่งสำนักงานผู้อำนวยการได้มอบหมายให้ส่วนราชการต่อไปนี้เป็นผู้ดูแลและจัดการตลอดจนให้บริการด้านต่างๆ ดังนี้

1.1 งานบริหารงานทั่วไป มีหน้าที่เกี่ยวกับงานสารบรรณงานติดต่อประสานงาน งานนโยบาย และแผน งานการเงินงานสวัสดิการ งานประชุม งานประกันคุณภาพ
1.2 กลุ่มงานข้อมูลและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม มีหน้าที่จัดหอวัฒนธรรมหรือศูนย์วัฒนธรรมไทยและการท่องเที่ยวเป็นศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศทางวัฒนธรรม
1.3 กลุ่มงานศูนย์วัฒนธรรม มีหน้าที่จัดฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นนอกจากนี้ยังส่งเสริมเผยแพร่ศาสนาศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาไทยทั้งภายในและภายนอก พัฒนามาตราฐานศิลปวัฒนธรรมด้วย
1.4 งานศูนย์รีไซเคิลและบอนไซ มีหน้าที่ประสานงาน ให้บริการ จัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นและจัดการเรียนการสอนในรายวิชา และดำเนินการพัฒนาสื่อเอกสารเพื่อการเผยแพร่ โครงการ
1.5 งานสถาบันวิทยากรโขน มีหน้าที่ประสานงาน ดำเนินการฝึกอบรม จัดทำข้อมูลผลิตภัณฑ์ พัฒนาสื่อเอกสารเพื่อการเผยแพร่โครงการ